
การเลือก Shipping เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญสำหรับคนที่ต้องการนำเข้าสินค้าจากจีน เพราะ Shipping ไม่ได้มีหน้าที่เพียงนำสินค้าเดินทางจากจีนมายังประเทศไทยเท่านั้น แต่ขอบเขตบริการของแต่ละรายอาจแตกต่างกัน ทั้งวิธีติดค่าขนส่ง การรับสินค้า การรวมสินค้า การขนส่งระหว่างประเทศ การดำเป็นพิธีการศุลกากร การประกันสินค้า และการจัดส่งถึงปลายทาง สิ่งที่ทำให้มือใหม่ตัดสินใจผิดพลาดบ่อยที่สุด คือ การเลือกจากราคาที่ถูกที่สุด บทความนี้จะพาไปดู 10 เรื่องสำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนเลือก Shipping จีน เพื่อช่วยให้คุณเปรียบเทียบ
10 สิ่งที่ต้องเช็กก่อนเลือก Shipping จีน
ก่อนตัดสินใจใช้บริการ Shipping จีน อย่าดูเพียงราคาค่าขนส่ง เพราะผู้ให้บริการแต่ละรายอาจมีวิธีคิดราคา ขอบเขตบริการ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแตกต่างกัน การตรวจสอบข้อมูลให้ครบตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณเปรียบเทียบ Shipping ได้อย่างถูกต้อง และลดโอกาสเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
1. ประเภทสินค้าที่รับขนส่ง
ตรวจสอบก่อนว่า Shipping สามารถรับขนส่งสินค้าของคุณได้หรือไม่ โดยเฉพาะสินค้าที่อาจมีข้อจำกัด เช่น อาหาร เครื่องสำอาง แบตเตอรี่ สินค้าที่มีสารเคมี หรือสินค้าที่ต้องใช้ใบอนุญาตและมาตรฐานเฉพาะ2. วิธีการขนส่ง
ดูว่า Shipping มีบริการขนส่งแบบใดบ้าง เช่น ทางรถ ทางเรือ หรือทางอากาศ และเลือกวิธีที่เหมาะกับประเภทสินค้า ปริมาณสินค้า งบประมาณ และระยะเวลาที่ต้องการ3. ราคาค่าขนส่ง
อย่าดูเพียงว่าราคาต่อกิโลกรัมถูกหรือแพง แต่ควรเปรียบเทียบว่า ราคาที่เสนอครอบคลุมบริการอะไรบ้าง เพราะราคาต่อกิโลกรัมที่ถูกกว่าอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม4. วิธีคิดค่าขนส่ง
สอบถามให้ชัดเจนว่า Shipping คิดค่าขนส่งจาก น้ำหนัก (KG) หรือปริมาตร (CBM) หรือใช้วิธีคิดแบบอื่น รวมถึงกรณีที่สินค้ามีน้ำหนักมากแต่มีขนาดเล็ก หรือมีขนาดใหญ่แต่น้ำหนักเบา5. ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ถามให้ละเอียดว่ามีค่าใช้จ่ายอื่นนอกเหนือจากค่าขนส่งหรือไม่ เช่น ค่ารับสินค้า ค่าคลังสินค้า ค่ารวมสินค้า ค่าดำเนินการ ค่าศุลกากร ค่าภาษี หรือค่าจัดส่งภายในประเทศไทย6. มีคลังสินค้าในจีนหรือไม่
หากคุณซื้อสินค้าจากหลายโรงงาน ควรพิจารณา Shipping ที่มีคลังสินค้าในจีนและสามารถ รับสินค้าและรวมสินค้าจากหลาย Supplier ได้ หากบริการดังกล่าวเหมาะกับรูปแบบการนำเข้าของคุณ7. บริการด้านศุลกากรและภาษี
ควรสอบถามว่า Shipping มีบริการดำเนินพิธีการศุลกากรหรือไม่ และราคาที่เสนอ รวมภาษีและอากรหรือไม่ รวมถึงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในขั้นตอนการนำเข้าหรือไม่8. ประกันสินค้าและเงื่อนไขการเคลม
ตรวจสอบว่าสินค้ามีประกันหรือความคุ้มครองหรือไม่ หากเกิดกรณีสินค้า สูญหาย แตกหัก หรือเสียหาย ต้องแจ้งเคลมภายในกี่วัน และมีหลักฐานหรือเงื่อนไขอะไรบ้าง9. ระยะเวลาขนส่ง
สอบถามระยะเวลาขนส่งโดยละเอียด และที่สำคัญควรถามว่า ระยะเวลาที่แจ้งเริ่มนับตั้งแต่เมื่อใด เช่น วันที่สินค้าเข้าคลัง วันที่สินค้าออกจากจีน หรือวันที่สินค้าออกจากต้นทาง เพราะแต่ละบริษัทอาจใช้เกณฑ์แตกต่างกัน10. ความน่าเชื่อถือและบริการหลังการขาย
สุดท้ายควรดูว่า Shipping มีช่องทางติดต่อที่ชัดเจนหรือไม่ สามารถติดตามสถานะสินค้าได้หรือไม่ มีผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหาหรือไม่ และมีเงื่อนไขการรับผิดชอบหรือการเคลมที่ชัดเจนหรือไม่
| รายการ | Shipping A | Shipping B | Shipping C |
|---|---|---|---|
| ค่าขนส่ง | 45 บาท/กก. | 50 บาท/กก. | 55 บาท/กก. |
| ค่ารับสินค้า | ไม่รวม | รวม | รวม |
| ค่าคลัง/รวมสินค้า | ไม่รวม | รวม | รวม |
| ศุลกากร/ภาษี | ไม่รวม | ไม่รวม | รวม |
| ประกันสินค้า | ไม่มี | มี | มี |
| ส่งถึงปลายทาง | ไม่รวม | ไม่รวม | รวม |
| ต้นทุนรวมโดยประมาณ | ??? | ??? | ??? |



